Enterprise Systems
คือ ระบบหรือกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ทั้งองค์กร เพื่อใช้ทรัพยากรต่างๆร่วมกัน เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะใช้ Database และ Data ร่วมกัน ซึ่งจะคอยจัดการระบบสารสนเทศ โดยรวมเอา Business Process หลักๆขององค์หารเข้ามารวมไว้เป็นหนึ่งเดียว
- Provide an electronic order form
- Apply business rules
- Routing the order for approvals
- Sending the order to a buyer
- Connecting to the supplier
- Use data to receive goods, project funding requirements, compare to budget, and analyze vendor performance
EX การที่โรงงานในฮ่องกงได้รับคำสั่งเพื่อทำการผลิต ซึ่ง Warehouse ก็จะตรวจสอบโดยระบบออนไลน์และกำหนดวันขนส่งสินค้า และ Warehouse สามารถตรวจสอบได้ว่าส่วนประกอบของสินค้าและอื่นๆนั้นโรงงานจะใช้หมดเมื่อใด
ERP System
คือ การนำระบบงานทุกอย่างในองค์กรมาทำการเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและมีการนำข้อมูล จากทุกแผนกงานต่างๆนั้นนำมาใช้ร่วมกันเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น
- มีระบบที่มีไว้ร่วมกัน วางแผน บริหาร และใช้ทรัพยากรในองค์กร
- มีการแบ่งเป็นหน่วย ควบคุมค่าใช้จ่าย A/R A/P การบริหารสินทรัพย์ ฯลฯ
- ทำให้ได้รับประโยชน์จากการที่มีปรสิทธิภาพเพิ่มขึ้นของ คุณภาพ การผลิต และผลกำไร
ERP - SAP
เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปทางธุรกิจประเภท การบริหารทรัพยากรขององค์กร ของประเทศเยอรมนีที่ ใช้ควบคุมดูแลทุกสายงานของบริษัท SAP เป็นโปรแกรมที่ช่วยจัดการสายงานทุกสายงานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงข้อมูล ได้อย่างรวดเร็ว และได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถนำไปใช้ประกอบการดำเนินกิจกรรมของธุรกิจได้ และผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลสถานะของบริษัทได้
ERP – Lease or Buy?
การซื้อเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องงานระบบนี้ทำให้องค์กรนั้นสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ลดเวลาการทำงานได้อย่างมาก แต่ถ้าหากไม่มีทุนบริษัทก็สามารถเช่าไปก่อนก็ได้ ส่วนองค์กรนั้นมีขนาดเล็กก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ ถ้าหากไม่จำเป็น
CRM
คือกระบวนการจัดการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งอาจจะเป็นการเก็บประวัติการณ์ให้บริการ ลูกค้าของแผนกดูแลลูกค้า โดยการบันทึกความคิดเห็นของ ลูกค้า หรือข้อมูลที่ลูกค้าต้องการเพิ่มเติม
KM
คือ การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ทรัพยากรความรู้ในองค์กร โดยพัฒนาระบบจาก ข้อมูล ไปสู่ สารสนเทศ เพื่อให้เกิด ความรู้ ในที่สุด
SCM
คือ ระบบที่ใช้บริหารและจัดการเครือข่ายขององค์กรตั้งแต่ Supplier ที่ส่งสินค้ามาให้บริษัทและส่งสินค้าต่อ Customer
Decision Support Systems
คือ ระบบ ย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจใน เหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง
Business intelligence
คือ การวิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอข้อมูลที่จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น
WMS
ระบบที่มีไว้บริหาร Warehouse ว่ามีอยู่เท่าไร อยู่ที่ใดบ้าง จะมีสินค้ามาส่งเมื่อไร จะส่งสินค้าไปที่ใดและ เมื่อไร
IMS
มีไว้สำหรับบริหาร Inventory เช่น ระบบการขนาดสั่งซื้อที่ประหยัด (EOQ), ระบบการวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP), ระบบสินค้าคงคลังของการผลิตแบบทันเวลาพอดี (JIT)
Flee Management System
ระบบที่มีไว้ตรวจสอบว่าการส่งของนั้นส่งของไปที่จุดหมายแต่ละจุดถูกต้องหรือไม่ โดยใช้ RFID ในการตรวจสอบ
Vehicle Routing and Planning
ระบบที่มีไว้เพื่อคำนวนการเดินทางของทางเดินรถว่าควรจะเดินร๔ผ่านทิศทางใด เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Vehicle Based System
ระบบที่มีไว้ตรวจสอบว่ารถที่ขนส่งของนั้น ตอนนี้อยู่ที่ใดแล้ว
10 IT Trends for Logistics Supply Chain Management
- Connectivity
wireless network
Bluetooth
GPRS
- Advanced Wireless : Voice & GPS
สื่อสารด้วยเสียงและจีพีเอสเชื่อมรวมไปยังคอมพิวเตอร์
เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ได้
- Speech Recognition
การสั่งงานด้วยเสียง
- Digital Imaging
การประมวลผลภาพดิจิตอล
บริษัทขนส่งและกระจายสินค้าใช้กล้องดิจิตอลเชื่อมรวมกับคอมพิวเตอร์แบบพกพา
- Portable Printing
การพิมพ์แบบเคลื่อนที่
- 2D & other barcoding advances
บาร์โค้ด 2 มิติ
- RFID
คือ ชิฟที่แปะไว้ที่สินค้า บัตรทางด่วน เพื่อทำให้สะดวกต่อการนับสินค้า ทำให้เวลาขนส่งสินค้าไม่ต้องเสียเวลาในการนับ
- Real Time Location System; RTLS
ระบบแสดงตำแหน่งในเวลาจริง ทำให้รู้ว่าสินค้ามาที่โกดังตอนใด
- Remote Management
ระบบแลนไร้สายเพื่อติดตามสินทรัพย์ของคลังสินค้าและโรงงาน
- Security
ความปลอดภัยของอุปกรณ์และเครือข่ายไร้สาย เพื่อป้องกันการถูกขโมยข้อมูลต่างๆ
Supply Chain Management and Its Business Value
ทั้ง 2 บริษัทต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้ Supplier สามารถขนส่งสินค้าไปที่ Stock ได้ทันเวลาและทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าลง
Collaborative Planning
การวางแผนการผลิตและช่องทางจัดจำหน่ายร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้มีการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้มีระดับสินค้าคงเหลือน้อยที่สุด และเพิ่มการตอบสนองต่อลูกค้าเพิ่มขึ้น
Vendor Managed Inventory (VMI)
การบริหารคลังเก็บสินค้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยทำให้ค่าใช้จ่ายนั้นน้อยที่สุด
Tuesday, February 1, 2011
Friday, January 21, 2011
Week 9
Data Warehouses เป็นที่เก็บข้อมูลต่างๆในองค์กร เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต
ลักษณะของ Data Warehouse
Organization ข้อมูลจะถูกคัดกรองให้เข้าไปสู่ Data Warehouse โดยแบ่งข้อมูลต่างๆ ตามหมวดหมู่ของ Data
Consistency การทำให้ Data ต่างๆที่นำมาอยู่ใน Data Warehouse อยู่ในรูปแบบเดียวกัน
Time Variant ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล 5 – 10 ปี อาจจะนำไปใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม
Data Warehouse Processing
แบ่งเป็นขั้นตอนทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. รวบรวมข้อมูลจากภายในและนอกองค์กร
2. ทำ Meta Data เป็นข้อมูลที่ใช้ในการอธิบาย Data ที่นำมาเก็บไว้ใน Data Warehouse
3. ทำ Data Staging เป็นการจัดข้อมูลเพื่อนำไปใส่ใน Data Warehouse โดยผ่านการทำ Data Cube ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนการทำ 4 ขั้นตอน ได้แก่ Extract, Clean, Transform และ Load (ETL)
4. สร้าง Data Warehouse นำข้อมูลจาก Data Cube มาใส่ใน Data Warehouse โดยยึด Business Object เป็นหลัก
5. สร้าง Business View เป็นการสร้าง Dash Board เพื่อนำเสนอข้อมูลสำหรับผู้บริหาร ซึ่งอำนวยความสะดวกในการนำไปใช้ของผู้บริหาร
The Data Mart
เป็นข้อมูลที่ดึงมาจาก Data Warehouse โดยดึงข้อมูลหน่วยย่อยโดยแยกเป็นแผนก โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. Replicated (dependent) data marts แต่ละ Business Unit ดึงข้อมูลขอตัวเองมาทำ mart
2. Stand – alone data marts องค์กรที่ไม่พร้อมทำ Enterprise Data Warehouse จะใช้แบบนี้ คือ แยก Data Warehouse เป็น Data Mart ตั้งแต่เริ่มแรก
Data Cube
คือ Multidimensional Databases เป็นการมองภาพของข้อมูลเป็นหลายมิติ เช่น แบ่งเป็นตามภูมิศาสตร์ เวลา ผลิตภัณฑ์ ได้ ทำให้เห็นปัญหาที่ชัดเจนขึ้น หลายมิติ หลายมุมมองมากขึ้น ซึ่งสามารถ Slice และ Dice ออกมาได้
Business Intelligence
Data Mining ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากใน Database เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ทำให้สามารถเห็นประโยชน์ของข้อมูลได้
Text Mining เป็น Data mining สำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างในการจัดเก็บ เช่น การประกันสินค้า การให้ความช่วยเหลือลูกค้า
การรวมกันของเครื่องมือต่างๆ ฐานข้อมูล และ Application เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ ดังนี้
Reporting and analysis
Enterprise reporting and analysis
Enterprise search
Scorecards
Dashboards
Visualization tool
Analytics
Predictive analytics
Data,text and web mining
OLAP(online analytics processing
Data Integration
ETL (extract,transformation,load)
EII (enterprise information integration)
Text Mining เป็น Data mining สำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างในการจัดเก็บ เช่น การประกันสินค้า การให้ความช่วยเหลือลูกค้า
Thursday, January 13, 2011
Week 8
System คือ ระบบที่มีการที่ใส่ Input เข้าไปในระบบและผ่าน Process แล้วจะได้ Output ซึ่งสิ่งที่ได้นั้นต้องเป็นไปตาม Objective ที่ระบบได้กำหนดไว้ ซึ่งสิ่งที่ต้องรู้คือ Input กับ Process นั้นควรทำเช่นไรถึงจะได้ Output ตามที่ต้องการได้
Information System คือ ระบบที่มีหน้าที่รวบรวม ประมวลผล จัดเก็บและแจกจ่ายสารสนเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อที่จะใช้งานในอนาคต และ Output ที่ได้ออกมาจะเป็น Data หรือ Information นั้นขึ้นอยู่กับว่า Output นั้นมีประโยชน์ต่อผู้รับหรือไม่
Data Management :
สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับ Data Management
- ข้อมูลนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
- ข้อมูลแต่ละแผนกนั้นมีความแตกต่างกัน ยากแก่การรวบรวม
- ข้อมูลมีความซับซ้อน
- ข้อมูลต้องมีระบบความปลอยภัย ต่อการถูกขโมย และถูกต้องตามที่ควร
- เครื่องมือที่ใช้นั้นต้องเหมาะสม
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
- Data Profiling
- Data quality management
- Data integration
- Data augmentation
Data life cycle process
1. New data collection จาก 3 แหล่ง คือ Internal Data, External Data, Personal Data
2. Stored in a Database การเก็บข้อมูลใน Warehouse
3. Users access the database and take a copy of the needed data for analysis คือ การคัดลอกข้อมูลไปวิเคราะห์
4. Use Data analysis tools or Data mining tools for analysis คือ การนำเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ไปวิเคราะห์
Characteristic of Data Warehouse
1. Organization มีการจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ใหม่ ตามที่ผู้วิเคราะห์ต้องการ
2. Consistency รูปแบบข้อมูลมีการทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
3. Time variant ช่วงเวลาที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต้องชัดเจน
4. Non-volatile ไมมีการแก้ไขข้อมูลที่ผ่านมาในอดีต
5. Relational ให้ใช้ relational structure
6. Client/server ใช้ server ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
องค์กรที่เหมาะกับการใช้ Data Warehouse
- ข้อมูลมีจำนวนมาก
- ข้อมูลแต่ละแผนกที่นำมาใส่ใน Data Warehouse มีระบบที่แตกต่างกัน
- ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
- มีลูกค้าหลากหลายแบบ
- ข้อมูลเดียวกันถูกเก็บในหลายรูปแบบในหลายระบบ
- ข้อมูลถูกเก็บในระบบและรูปแบบที่ยากต่อการเข้าใจและแปลความ
Information System คือ ระบบที่มีหน้าที่รวบรวม ประมวลผล จัดเก็บและแจกจ่ายสารสนเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อที่จะใช้งานในอนาคต และ Output ที่ได้ออกมาจะเป็น Data หรือ Information นั้นขึ้นอยู่กับว่า Output นั้นมีประโยชน์ต่อผู้รับหรือไม่
Data Management :
สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับ Data Management
- ข้อมูลนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
- ข้อมูลแต่ละแผนกนั้นมีความแตกต่างกัน ยากแก่การรวบรวม
- ข้อมูลมีความซับซ้อน
- ข้อมูลต้องมีระบบความปลอยภัย ต่อการถูกขโมย และถูกต้องตามที่ควร
- เครื่องมือที่ใช้นั้นต้องเหมาะสม
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
- Data Profiling
- Data quality management
- Data integration
- Data augmentation
Data life cycle process
1. New data collection จาก 3 แหล่ง คือ Internal Data, External Data, Personal Data
2. Stored in a Database การเก็บข้อมูลใน Warehouse
3. Users access the database and take a copy of the needed data for analysis คือ การคัดลอกข้อมูลไปวิเคราะห์
4. Use Data analysis tools or Data mining tools for analysis คือ การนำเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ไปวิเคราะห์
Characteristic of Data Warehouse
1. Organization มีการจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ใหม่ ตามที่ผู้วิเคราะห์ต้องการ
2. Consistency รูปแบบข้อมูลมีการทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
3. Time variant ช่วงเวลาที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต้องชัดเจน
4. Non-volatile ไมมีการแก้ไขข้อมูลที่ผ่านมาในอดีต
5. Relational ให้ใช้ relational structure
6. Client/server ใช้ server ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
องค์กรที่เหมาะกับการใช้ Data Warehouse
- ข้อมูลมีจำนวนมาก
- ข้อมูลแต่ละแผนกที่นำมาใส่ใน Data Warehouse มีระบบที่แตกต่างกัน
- ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
- มีลูกค้าหลากหลายแบบ
- ข้อมูลเดียวกันถูกเก็บในหลายรูปแบบในหลายระบบ
- ข้อมูลถูกเก็บในระบบและรูปแบบที่ยากต่อการเข้าใจและแปลความ
Tuesday, December 21, 2010
Week 7
M-Commerce
-การซื้อขายและบริการโดยใช้ Wireless ผ่านโทรศัพท์มือถือ และ PDAs
Value Added Attributes that Drive Development of M-Commerce
- Ubiquity สามารถใช้ได้ทุกที่
- Convenience มี Hot Spot ให้บริการเป็นจำนวนมาก
- Instant Connectivity
- Personalization สามารถ Customize เป็นแบบเฉพาะแต่ละบุคคล
- Widespread availability of mobile devices มีคนมากกว่า 50% ในโลกที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
- No need for a pc มือถือสามารถเชื่อมต่อ Internet ได้ง่ายกว่า
- Handset culture คนทั่วไปใช้โทรศัพท์มือถือ
- Declining prices, increased functionalities มีราคาถูกลง และมี Function ต่างๆเพิ่มมากขึ้น
- Improvement of bandwidth มีการใช้เทคโนโลยี 3G ทำให้การใช้ Internet นั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
- Centrino chip ทำให้การต่อ Wireless LAN ได้ ใช้ไฟฟ้าน้อยลง และ มี Security มากขึ้น
- Availability of Internet access in automobile มีรถยนต์ที่สามารถเข้าถึง Internet ได้มากขึ้น
- The Service Economy แนวคิดในการใช้เพื่อ ขาย หรือ บริการ นวัตกรรมมากขึ้น
- The Mobile Workforce แนวโน้มการเชื่อมต่อนอกสถานที่ เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ตัวอย่าง M-Commerce
- Mobile Marketing and Advertising
- Mobile Travel Information and Booking
- Mobile Access to Corporate Intranet
- Mobile Shopping
- Mobile Auction
- Location Based Services
- Information Based Services
- Mobile Banking
Mobile Computing Infrastructure
- WAP (Wireless Application Protocol) เป็น Application ที่ใช้กับเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเรา โดยที่เครื่องจะต้องใช้ WAP Browser เพื่อเปิดหน้า WAP Site สำหรับ WEB Site นั้น คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วครับ เป็น Application Protocol ซึ่งต้องใช้ WEB Browser ในคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดหน้า WEB Site
- Markup languages: WML, XHTML
- Mobile development: .NET compact, Java ME, Python
- Mobile Emulators
- Microbrowsers: Android, Safari, IE mobile, Firefox mobile
- HTML5
เทคโนโลยีที่ใช้เชื่อมต่อ Internet อื่นๆ ได้แก่ Bluetooth, Wireless
- Wimax เป็น Wireless ขนาดใหญ่ที่สามารถสงสัญญาณได้ทั้งเมือง
M-Commerce Business Models
- Usage fee model
- Shopping Business Models
- Marketing business Models
- Improved Efficiency Models
- Advertising Business Models
- Revenue-Sharing Business Models
Mobile computing services
- Short Message Service (SMS)
- Enhanced Message Service (EMS)
- Multimedia Messaging Service (MMS)
- Voice-Support Services
Mobile Banking & Stock Trading
- Services offered include ทำให้สามารถใช้บริการต่างๆได้โดยผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
iTunes
- เป็น Application ที่ใช้เป็น App Store ในการขาย Musics, Games, Movies, Programmes ต่างๆ ซึ่ง Games และ Programmes จะถูกพัฒนาโดย Third Party ซึ่งอาจจะเป็นบริษัทใหญ่ หรืออาจจะเป็นคนใช้ง่ายทั่วไปก็ได้
iBooks
- เป็น Application สำหรับ Ipad โดยเฉพาะ เพื่อที่จะให้คนอ่านหนังสือได้ง่ายขึ้น
Location-Based Services and Commerce
- สามารถทำให้รู้ว่าผู้ใช้นั้นอยู่ที่ไหน พร้อมทั้งส่ง SMS และ E-mail
GPS
- เป็นเทคโนโลยีที่ใช้บองพิกัดว่าผู้ใช้นั้นอยู่ส่วนใดของโลก และใช้เป็นแผนที่ในการไปยังที่ต่างๆ
FourSquare
- เป็นโปรแกรมที่ใช้บอกเพื่อนๆว่าผู้ใช้นั้นอยู่ที่ใด
-การซื้อขายและบริการโดยใช้ Wireless ผ่านโทรศัพท์มือถือ และ PDAs
Value Added Attributes that Drive Development of M-Commerce
- Ubiquity สามารถใช้ได้ทุกที่
- Convenience มี Hot Spot ให้บริการเป็นจำนวนมาก
- Instant Connectivity
- Personalization สามารถ Customize เป็นแบบเฉพาะแต่ละบุคคล
- Widespread availability of mobile devices มีคนมากกว่า 50% ในโลกที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
- No need for a pc มือถือสามารถเชื่อมต่อ Internet ได้ง่ายกว่า
- Handset culture คนทั่วไปใช้โทรศัพท์มือถือ
- Declining prices, increased functionalities มีราคาถูกลง และมี Function ต่างๆเพิ่มมากขึ้น
- Improvement of bandwidth มีการใช้เทคโนโลยี 3G ทำให้การใช้ Internet นั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
- Centrino chip ทำให้การต่อ Wireless LAN ได้ ใช้ไฟฟ้าน้อยลง และ มี Security มากขึ้น
- Availability of Internet access in automobile มีรถยนต์ที่สามารถเข้าถึง Internet ได้มากขึ้น
- The Service Economy แนวคิดในการใช้เพื่อ ขาย หรือ บริการ นวัตกรรมมากขึ้น
- The Mobile Workforce แนวโน้มการเชื่อมต่อนอกสถานที่ เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ตัวอย่าง M-Commerce
- Mobile Marketing and Advertising
- Mobile Travel Information and Booking
- Mobile Access to Corporate Intranet
- Mobile Shopping
- Mobile Auction
- Location Based Services
- Information Based Services
- Mobile Banking
Mobile Computing Infrastructure
- WAP (Wireless Application Protocol) เป็น Application ที่ใช้กับเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเรา โดยที่เครื่องจะต้องใช้ WAP Browser เพื่อเปิดหน้า WAP Site สำหรับ WEB Site นั้น คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วครับ เป็น Application Protocol ซึ่งต้องใช้ WEB Browser ในคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดหน้า WEB Site
- Markup languages: WML, XHTML
- Mobile development: .NET compact, Java ME, Python
- Mobile Emulators
- Microbrowsers: Android, Safari, IE mobile, Firefox mobile
- HTML5
เทคโนโลยีที่ใช้เชื่อมต่อ Internet อื่นๆ ได้แก่ Bluetooth, Wireless
- Wimax เป็น Wireless ขนาดใหญ่ที่สามารถสงสัญญาณได้ทั้งเมือง
M-Commerce Business Models
- Usage fee model
- Shopping Business Models
- Marketing business Models
- Improved Efficiency Models
- Advertising Business Models
- Revenue-Sharing Business Models
Mobile computing services
- Short Message Service (SMS)
- Enhanced Message Service (EMS)
- Multimedia Messaging Service (MMS)
- Voice-Support Services
Mobile Banking & Stock Trading
- Services offered include ทำให้สามารถใช้บริการต่างๆได้โดยผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
iTunes
- เป็น Application ที่ใช้เป็น App Store ในการขาย Musics, Games, Movies, Programmes ต่างๆ ซึ่ง Games และ Programmes จะถูกพัฒนาโดย Third Party ซึ่งอาจจะเป็นบริษัทใหญ่ หรืออาจจะเป็นคนใช้ง่ายทั่วไปก็ได้
iBooks
- เป็น Application สำหรับ Ipad โดยเฉพาะ เพื่อที่จะให้คนอ่านหนังสือได้ง่ายขึ้น
Location-Based Services and Commerce
- สามารถทำให้รู้ว่าผู้ใช้นั้นอยู่ที่ไหน พร้อมทั้งส่ง SMS และ E-mail
GPS
- เป็นเทคโนโลยีที่ใช้บองพิกัดว่าผู้ใช้นั้นอยู่ส่วนใดของโลก และใช้เป็นแผนที่ในการไปยังที่ต่างๆ
FourSquare
- เป็นโปรแกรมที่ใช้บอกเพื่อนๆว่าผู้ใช้นั้นอยู่ที่ใด
Tuesday, December 14, 2010
Week 6
Click & Mortar and Blick & Mortar
- Click & Mortar คือการที่บริษัทใช้ระบบออนไลท์และออฟไลท์เป็นหน้าร้านของบริษัท
- Blick & Mortar คือการที่บริษัทใช้ระบบออฟไลท์เป็นหน้าร้านอย่างเดียว
E-Commerce5 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภทก็ได้ดังต่อไปนี้
- B-to-C = Business-to-Consumer คือประเภทที่ผู้ซื้อปลีกใช้อินเตอร์เนตในการซื้อสินค้าจากธุรกิจที่โฆษณา อยู่ในอินเตอร์เนต
- B-to-B = Business-to-Business คือ ประเภทที่ธุรกิจกับธุรกิจติดต่อซื้อขายสินค้ากันผ่านอินเตอร์เนต
- B-to-G = Business-to-Government คือประเภทที่ธุรกิจติดต่อกับหน่วยราชการ
- G-to-G = Government to Government คือ ประเภทที่หน่วยงานรัฐบาลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาลอีก หน่วยงานหนึ่ง
- C-to-C = Consumer-to-Consumer คือ ประเภทที่ผู้บริโภคประกาศขายสินค้าแล้วผู้บริโภคอีกรายหนึ่งก็ซื้อไป เช่นที่อีเบย์ดอทคอม(Ebay.com) เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินให้กันทางบัตรเครดิตได้
Benefit of E-commerce
- สามารถเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าได้
- ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น
- ทำให้ลูกค้ารู้จักคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน
Defect of E-commerce
- ต้องใช้ความรู้ทาง IT ในการจัดการระบบต่างๆในการทำระบบออนไลท์
- ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี สำหรับขอมูลที่เป้นความลับของบริษัท
Application Programming Interface
การที่บริษัทผลิตโปรแกรมบางอย่างมา เพื่อให้คนนอกสามารถพัฒนา Software ให้กับสินค้าของบริษัทนั้นได้ เช่น I-Phone
ข้อดี-ข้อเสียของการมีร้านทั้งทาง Internet และ Storefront
- เมื่อลูกค้ามีปัญหาสามารถไปที่ร้านค้าเพื่อแก้ไขปัญหาได้
- บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อจะตั้งร้านค้าเพื่อให้บริการลูกค้าในจุดต่างๆ
characteristic of E-Commerce
Social Commerce
Electronic Catalogs
E-Auction
E-Classifieds
Bartering & Negotiations
Electronic malls
Online Job Marketing
Travel Services
E-Government
- Click & Mortar คือการที่บริษัทใช้ระบบออนไลท์และออฟไลท์เป็นหน้าร้านของบริษัท
- Blick & Mortar คือการที่บริษัทใช้ระบบออฟไลท์เป็นหน้าร้านอย่างเดียว
E-Commerce5 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภทก็ได้ดังต่อไปนี้
- B-to-C = Business-to-Consumer คือประเภทที่ผู้ซื้อปลีกใช้อินเตอร์เนตในการซื้อสินค้าจากธุรกิจที่โฆษณา อยู่ในอินเตอร์เนต
- B-to-B = Business-to-Business คือ ประเภทที่ธุรกิจกับธุรกิจติดต่อซื้อขายสินค้ากันผ่านอินเตอร์เนต
- B-to-G = Business-to-Government คือประเภทที่ธุรกิจติดต่อกับหน่วยราชการ
- G-to-G = Government to Government คือ ประเภทที่หน่วยงานรัฐบาลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาลอีก หน่วยงานหนึ่ง
- C-to-C = Consumer-to-Consumer คือ ประเภทที่ผู้บริโภคประกาศขายสินค้าแล้วผู้บริโภคอีกรายหนึ่งก็ซื้อไป เช่นที่อีเบย์ดอทคอม(Ebay.com) เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินให้กันทางบัตรเครดิตได้
Benefit of E-commerce
- สามารถเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าได้
- ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น
- ทำให้ลูกค้ารู้จักคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน
Defect of E-commerce
- ต้องใช้ความรู้ทาง IT ในการจัดการระบบต่างๆในการทำระบบออนไลท์
- ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี สำหรับขอมูลที่เป้นความลับของบริษัท
Application Programming Interface
การที่บริษัทผลิตโปรแกรมบางอย่างมา เพื่อให้คนนอกสามารถพัฒนา Software ให้กับสินค้าของบริษัทนั้นได้ เช่น I-Phone
ข้อดี-ข้อเสียของการมีร้านทั้งทาง Internet และ Storefront
- เมื่อลูกค้ามีปัญหาสามารถไปที่ร้านค้าเพื่อแก้ไขปัญหาได้
- บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อจะตั้งร้านค้าเพื่อให้บริการลูกค้าในจุดต่างๆ
characteristic of E-Commerce
Social Commerce
Electronic Catalogs
E-Auction
E-Classifieds
Bartering & Negotiations
Electronic malls
Online Job Marketing
Travel Services
E-Government
Wednesday, December 8, 2010
Week 5
Moore's Law
Computer Chip จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 2 เท่า ทุกๆ 18 - 24 เดือน ในขณะที่ใช้ต้นทุนเท่าเดิม ทำให้องค์กรธุรกิจมีโอกาสในการซื้อ Chipset ที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยังราคาเท่าเดิม ส่วนอัตราส่วนของ Price to Performance ลดลงแบบ Exponential ทำให้ในอนาคตอีก 10 - 20 ปี อาจจะต้องมีการนำเทคโนโลยีอื่นมาใช้แทนเนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นจะหมด Trend แล้ว
Productivity Paradox
เป็นความขัดแย้งระหว่างการลงทุนใน Input โดยทำให้เทคโนโลยีนั้นทำงานได้ดีขึ้น แต่การลงทุนนั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลประโยชน์แก่บริษัทเท่าที่ควร เนื่องจากการอัตราการผลิตนั้นเพิ่มขึ้นช้ากว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสูงเกินความจำเป็น ซึ่งอาจเป็นการลงทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น
IT Justification Process
เป็นกระบวนการตัดสินใจว่าจะลงทุนใน IT Project ใด โดยการตัดสินใจจากการใช้ข้อมูล งานวิจัย และมาตรวัดต่างๆมาวิเคราะห์ เพื่อดูผลประโยชน์ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่ควรที่จะเกิด Underestimate cost หรือ Overestimate cost เพราะจะเกิดการที่ลงทุนมากเกินกว่าที่จะเป็น ซึ่งจะเสียเงินลงทุนที่จะไปลงทุนในโปรเจคอื่น และหากน้อยกว่าที่จะเป็นก็จะเสียโอกาสในการทำกำไรในส่วนที่ขาด
แต่บางโครงการที่ไม่ต้องทำการตัดสินใจ ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่าควรทำโปรเจคนั้นหรือไม่ เช่น โครงการที่มีต้นทุนต่ำมากจนไม่เป็นนัยสำคัญ, การที่ไจะเกิดความเสี่ยงถ้าหากไม่ลงทุนในโครงการนั้น, โครงการนั้นเป็น Infrastructure ของบริษัท, กฎหมายบังคับให้ต้องทำ, โครงการนั้นเป็นคำสั่งจากเจ้านาย หรือ มีข้อมูลไม่เพียงพอที่สำหรับการตัดสินใจ
Cost of IT investment
Fixed cost : infrastructure and service management
Transaction cost
- Search
- Information
- Negotiation
- Decision
- Monitoring
Revenue
- Sale
- Transaction fees
- Subscription fees
- Advertising fees
- Affiliate fees
Cost-Benefit Analysis
ต้องระบุและประมาณค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น จากการทำโปรเจคนั้น
- Cost-Benefit Evaluation Techniques
- Net Profit
- Payback Period
- ROI
- NPV
- IRR
- TCO จากการรวม Cost และนำ TBO-TCO
Cost
- Acquisition Cost
- Operation Cost
- Control Cost
- Balanced Scorecard Method
- Financial Perspectives
- Customer Perspectives
- Internal Process Perspectives
- Learning and Growth Perspectives
Computer Chip จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 2 เท่า ทุกๆ 18 - 24 เดือน ในขณะที่ใช้ต้นทุนเท่าเดิม ทำให้องค์กรธุรกิจมีโอกาสในการซื้อ Chipset ที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยังราคาเท่าเดิม ส่วนอัตราส่วนของ Price to Performance ลดลงแบบ Exponential ทำให้ในอนาคตอีก 10 - 20 ปี อาจจะต้องมีการนำเทคโนโลยีอื่นมาใช้แทนเนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นจะหมด Trend แล้ว
Productivity Paradox
เป็นความขัดแย้งระหว่างการลงทุนใน Input โดยทำให้เทคโนโลยีนั้นทำงานได้ดีขึ้น แต่การลงทุนนั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลประโยชน์แก่บริษัทเท่าที่ควร เนื่องจากการอัตราการผลิตนั้นเพิ่มขึ้นช้ากว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสูงเกินความจำเป็น ซึ่งอาจเป็นการลงทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น
IT Justification Process
เป็นกระบวนการตัดสินใจว่าจะลงทุนใน IT Project ใด โดยการตัดสินใจจากการใช้ข้อมูล งานวิจัย และมาตรวัดต่างๆมาวิเคราะห์ เพื่อดูผลประโยชน์ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่ควรที่จะเกิด Underestimate cost หรือ Overestimate cost เพราะจะเกิดการที่ลงทุนมากเกินกว่าที่จะเป็น ซึ่งจะเสียเงินลงทุนที่จะไปลงทุนในโปรเจคอื่น และหากน้อยกว่าที่จะเป็นก็จะเสียโอกาสในการทำกำไรในส่วนที่ขาด
แต่บางโครงการที่ไม่ต้องทำการตัดสินใจ ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่าควรทำโปรเจคนั้นหรือไม่ เช่น โครงการที่มีต้นทุนต่ำมากจนไม่เป็นนัยสำคัญ, การที่ไจะเกิดความเสี่ยงถ้าหากไม่ลงทุนในโครงการนั้น, โครงการนั้นเป็น Infrastructure ของบริษัท, กฎหมายบังคับให้ต้องทำ, โครงการนั้นเป็นคำสั่งจากเจ้านาย หรือ มีข้อมูลไม่เพียงพอที่สำหรับการตัดสินใจ
Cost of IT investment
Fixed cost : infrastructure and service management
Transaction cost
- Search
- Information
- Negotiation
- Decision
- Monitoring
Revenue
- Sale
- Transaction fees
- Subscription fees
- Advertising fees
- Affiliate fees
Cost-Benefit Analysis
ต้องระบุและประมาณค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น จากการทำโปรเจคนั้น
- Cost-Benefit Evaluation Techniques
- Net Profit
- Payback Period
- ROI
- NPV
- IRR
- TCO จากการรวม Cost และนำ TBO-TCO
Cost
- Acquisition Cost
- Operation Cost
- Control Cost
- Balanced Scorecard Method
- Financial Perspectives
- Customer Perspectives
- Internal Process Perspectives
- Learning and Growth Perspectives
Wednesday, December 1, 2010
Week 4
Out Sourcing, Offshoring, and IT as a Subsidiary
Risks with Outsourcing
- Vender ไมทำตามสัญญาให้ครบ แต่จะให้จ่ายครบตามสัญญา
- Vender จะพัฒนาเทคโนโลยีให้เรา แต่ก็นำไปขายให้คนอื่นด้วย
- เมื่อทำ Long-term Contract แล้ว Vender จะเปลี่ยนวิธีการทำงานโดยจะทำงานไม่ได้ตามประสิทธิภาพ
Hidden Cost Of Outsourcing
- ค่าใช้จ่ายในการเลือกว่าจะใช้บริษัทใดในการเป็นเกณฑ์วัดที่ดี
- ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับ Vender
- ค่าใช้จ่ายในการถ่ายทอดงาน และ ความรู้
- ค่าใช้จ่ายในการหาผู้ดูแล Outsourcing
- ค่าใช้จ่ายในการส่งงานกลับมา In-House
Strategies for Risk Management in Outsourcing
- เข้าใจว่าบริษทัเราต้องการอะไร
- แบ่งแยกงานเป็นส่วนๆและทำเป็นส่วนๆ
- มีการจูงใจโดยการให้รางวัลตอนแทน
- มีการทำสัญญาระยะสั้นเป็นระยะๆ
- ป้องกันการที่ Vender นั้นเอางานของเราไป Outsource ต่อ
- เลือกว่าส่วนใดควร Outsource และ ส่วนใดไม่ควร
Factors should be considered in Offshore Outsourcing
- ต้องดูสภาพแวดล้อมเรื่องสภาวะการเมืองและธุรกิจในประเทศที่จะ Outsource
- มีการรับส่งข้อมูลกับบริษัทหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ต้องดูเรื่องความเสี่ยงในด้าน IT, ทรัพยากรมนุษย์, กฎหมาย, ธรรมเนียนประเพณี ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
Risk & Uncertainties in Offshore Outsourcing
- ค่าใช้จ่ายจากการ Outsource นั้นอาจจะมากกว่าทำเองก็ได้
- ความปลอดภัยและการป้องกันข้อมูลต่างๆ นั้นทำได้ยาก
- อาจทำให้ไม่เกิดการ Innovation เนื่องจากทุกประเทศที่ถูก Outsource นั้น ทำงานซ้ำๆกัน
- ความรู้ของบริษัทถูกเผยแพร่ให้กับคนนอก(ต่างประเทศ)
- Vender ไม่สามารถส่งงานต่างๆได้ตรงตามเวลา
- งานที่ต้องการเพิ่มให้ Vender ทำเมื่อเวลาผ่านไป
- ความแตกต่างทางธรรมเนียมประเพณี
Acquisition Process of IT Application
Step1 - วางแผน, ระบุความต้องการ และ อธิบาย IT ที่ต้องการ
Step2 - วางโครงสร้างด้าน IT ที่องค์กรต้องการ
Step3 - เลือกว่าจะ Build in-house
Vender build Custom-made system
Buy existing application
Step4 - ติดตั้งและทดสอบระบบดูว่าใช้ได้ตามที่ต้องการหรือไม่
Step5 - ใช้ดำเนินงาน ดูแล และคอยพัฒนาให้สามารถให้งานได้ดีอยู่เสมอ
Subscribe to:
Posts (Atom)